หน้าหนังสือทั้งหมด

อิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์: ความเข้าใจในเพศและชีวิต
162
อิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์: ความเข้าใจในเพศและชีวิต
7. อิตถินทรีย์ มีหน้าที่แสดงลักษณะของทรวดทรงหญิง เครื่องหมายรู้ว่าหญิง กิริยาหญิง อาการหญิง สภาพหญิง ภาวะหญิง ได้แก่ อิตถีภาวรูป เป็นรูปธรรม อิตถีภาวรูปนี้ เกิดต่อเนื่องในสันดานแห่งสตรีมิได้ขาดสาย อิต
บทความนี้นำเสนอการศึกษาเกี่ยวกับอิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์ ซึ่งแสดงถึงลักษณะของทรวดทรงและกิริยาอาการของเพศหญิงและเพศชาย โดยอิตถินทรีย์เป็นรูปธรรมที่ทำให้สามารถระบุเพศหญิงได้ ขณะเดียวกันปุริสินทรีย์เป็
สัทธาและวิริยินทรีย์ในพระพุทธศาสนา
164
สัทธาและวิริยินทรีย์ในพระพุทธศาสนา
สัทธา ความเชื่อ ความเลื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัย จำแนกออกเป็น 7 คือ 1. ปสาทสัทธา ความเชื่อความเลื่อมใสตามปกติของบุคคลทั่วไป เช่น เชื่อต่อ พระปัญญาการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อทาน ศีล ภาวนา 2.
บทความนี้นำเสนอการจำแนกสัทธาเป็น 7 ประเภท โดยเริ่มจากปสาทสัทธาสู่โวสสัชชนสัทธา ซึ่งสะท้อนถึงระดับความเชื่อที่ลึกซึ้งในพระรัตนตรัย อีกทั้งเชื่อมโยงถึงวิริยินทรีย์ที่เป็นความพยายามและความขยันในการปฏิบัต
การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
170
การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
ของพระอริยเจ้า คือ ท่านผู้ห่างไกลจากกิเลส แล้วลงมือเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จนได้บรรลุมรรค 4 ผล 4 ปัจจเวกขณญาณ 19 20. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ มีหน้าที่ คือ กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สั
บทความนี้กล่าวถึงการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน โดยเน้นที่การพัฒนาปัญญาและการรู้ธรรมเพื่อให้ได้บรรลุถึงมรรคและผลเฉกเช่นพระอริยเจ้า อธิบายถึงกิริยาและคุณลักษณะของการระลึกรู้อย่างชัดเจน รวมถึงบทบาทขององค์ต่างๆ
ลักษณะความสัมพันธ์ของอินทรีย์ในลำดับของเทศนา
172
ลักษณะความสัมพันธ์ของอินทรีย์ในลำดับของเทศนา
8.4 ลักษณะความสัมพันธ์ของอินทรีย์ในลำดับของเทศนา อินทรีย์ทั้ง 22 มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องและเชื่อมต่อกันไปเป็นลำดับ ดังที่กล่าวไว้ใน อภิธรรมภาชนีย์กล่าวคือ 1. ในลำดับนั้น การได้เฉพาะซึ่งอริยภูมิ ย่อ
บทความนี้สำรวจลักษณะความสัมพันธ์ของอินทรีย์ทั้ง 22 ในลำดับเทศนา โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตภาพ ทั้งหญิงและชาย ไปจนถึงการศึกษาอิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์. การแสดงความสัมพันธ์ของอินทรีย์ที่กล่
ความรู้เกี่ยวกับอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา
174
ความรู้เกี่ยวกับอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เรารู้ทั่วถึงความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบาย เครื่องสลัดออกแห่งอินทรีย์ 6 ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น เราจึงปฏิญาณตนว่า ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พ
บทความนี้กล่าวถึงการเข้าใจอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งประกอบด้วยอินทรีย์ 22 ชนิด และอธิบายถึงความสำคัญของอินทรีย์ทั้ง 6, 3 และ 5 ประการ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญเกี่ยวกับการตระหนักถึงความเกิดและดับซึ่งนำไปส
ความเข้าใจอินทรีย์ 5 ในพระพุทธศาสนา
180
ความเข้าใจอินทรีย์ 5 ในพระพุทธศาสนา
เหล่านี้แล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความที่อินทรีย์ 5 เหล่านี้แล อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำ ให้มากแล้ว จึงหวังผลได้ 2 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งคือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีความ ถือมั่นเหลืออยู่ เป็น
บทความนี้กล่าวถึงความสำคัญของอินทรีย์ 5 ที่เป็นพื้นฐานของการเจริญภาวนาในพระพุทธศาสนา และผลที่แตกต่างกันตามระดับของบุคคลผู้ปฏิบัติ จากพระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกทาคามี จนถึงพระโสดาบัน โดยอ้างอิงพระธรรม
หน้า7
182
172 DOU สมาธิ 8 วิ ปั ส ส น า กัมมัฏฐาน
หน้า8
184
เนื้อหาบทที่ 9 อริยสัจ 4 9.1 ความหมายของอริยสัจ 4 9.2 ความสำคัญของอริยสัจ 9.3 องค์แห่งอริยสัจ 9.3.1 ทุกขอริยสัจ 9.3.2 สมุทัยอริยสัจ 9.3.3 นิโรธอริยสัจ 9.3.4 มรรคอริยสัจ 9.4 กิจในอริยสัจ 4 174 DOU สมาธ
อริยสัจ 4: ความจริงอันประเสริฐ
186
อริยสัจ 4: ความจริงอันประเสริฐ
บทที่ 9 อริยสัจ 4 นักศึกษาอาจจะเคยศึกษาอริยสัจ 4 ในระดับพื้นฐานมาแล้ว ซึ่งอาจจะเข้าใจว่า อริยสัจ 4 เป็นหลักธรรมที่เจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ และเป็นหลักธรรมที่สอนเรื่องของเหตุและผล สามารถนำมาประยุกต์ใช้ใน
บทที่ 9 อริยสัจ 4 ให้ความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของอริยสัจ 4 ในการหลุดพ้นและการพัฒนาจิตใจ ผ่านการภาวนาและความเข้าใจชีวิตที่ตรงกันตามหลักธรรม อริยสัจ 4 เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการหลุดพ้นจากท
พระพุทธเจ้ากับอริยสัจ 4
188
พระพุทธเจ้ากับอริยสัจ 4
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเราในอริยสัจ 4 นี้ มีรอบ 3 มีอาการ 12 อย่างนี้ ยังไม่หมดจดดีแล้วเพียงใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเมื่อนั้น เรายังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นผู้ ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญา
เนื้อหาในการศึกษาครั้งนี้พูดถึงอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงทำให้เห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาชีวิต โดยเริ่มจากการเข้าใจทุกข์ และพระสารีบุตรที่มีความสามารถในการแสดงธรรมที่เกี่ยวข้องกับอร
ประเภทของทุกข์ในพระพุทธศาสนา
190
ประเภทของทุกข์ในพระพุทธศาสนา
4. โสกทุกข์ คือ ความโศกเป็นทุกข์ เป็นสภาพจิตที่เดือดร้อนระส่ำระสาย กระวนกระวาย แห้งเหือดไป ยามนอนก็นอนไม่หลับ ยามรับประทานก็รับประทานไม่ได้ ทั้งนี้อาจเกิดมาจาก การสูญเสียญาติมิตร หรือทรัพย์สมบัติ 5. ป
เนื้อหานี้นำเสนอประเภทต่างๆ ของทุกข์ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งรวมถึงโสกทุกข์ที่เกิดจากความสูญเสีย, ปริเทวทุกข์ที่เกิดจากการร้องไห้และการคร่ำครวญ, ทุกข์ที่เกิดจากความเจ็บปวดทางกาย, โทมนัสทุกข์ที่เก
สมุทัยอริยสัจ: เหตุแห่งทุกข์
192
สมุทัยอริยสัจ: เหตุแห่งทุกข์
9.3.2 สมุทัยอริยสัจ สมุทัยอริยสัจนี้ เรียกเต็มว่า ทุกขสมุทัย แปลว่า การเกิดขึ้นของทุกข์ หรือเหตุเกิดแห่ง ทุกข์ ความจริงเหตุแห่งทุกข์นั้นมีมาก เช่น ความจน ความเจ็บ ความโง่เขลา เป็นต้น แต่เป็น ปลายเหตุห
บทความนี้อธิบายเกี่ยวกับสมุทัยอริยสัจ ซึ่งหมายถึงเหตุแห่งทุกข์ โดยเฉพาะความเข้าใจในตัณหาที่มี 3 ประเภท ได้แก่ กามตัณหา (ความอยากในกามคุณ), ภวตัณหา (ความอยากเป็น), และ วิภวตัณหา (ความอยากไม่เป็น) ซึ่งล
นิโรธอริยสัจในพระพุทธศาสนา
194
นิโรธอริยสัจในพระพุทธศาสนา
ในทัศนะของพระมงคลเทพมุนีนั้น มุ่งหมายเอาตัณหาที่เป็นไปในภพ 3 ที่ทำให้มนุษย์ ติดอยู่กับตัณหาเป็นชั้น ๆ ไป ในชั้นของกามภพ เป็นสุขอย่างหยาบที่ให้ทุกข์มากกว่าภพที่สูง ขึ้นไป แต่เมื่อหลุดจากกามภพที่มีทุกข์
ในทัศนะพระมงคลเทพมุนีว่าตัณหาที่เกิดขึ้นในภพ 3 ทำให้มนุษย์ยังคงทุกข์ แม้จะหลุดพ้นจากกามภพไปสู่รูปภพและอรูปภพก็ยังพบความทุกข์ได้อยู่ นิโรธหมายถึงการดับทุกข์ด้วยการสงบกิเลส ซึ่งมี 5 ขั้นตอน นิโรธที่กล่า
ความหมายของนิพพานในพุทธศาสนา
196
ความหมายของนิพพานในพุทธศาสนา
ท่านแสดงนิพพานไว้ 2 นัย คือ 1. สอุปาทิเสสนิพพาน หมายถึง การดับกิเลสหมดแล้ว แต่เบญจขันธ์เหลืออยู่ เช่น พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ 2. อนุปาทิเสสนิพพาน หมายถึง การดับกิเลสหมดแล้ว และดับเบญจขันธ์แล้วด้วย
นิพพานแบ่งออกเป็น 2 นัย คือ สอุปาทิเสสนิพพาน ที่ดับกิเลสแต่เบญจขันธ์ยังคงอยู่ เช่น พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิต และอนุปาทิเสสนิพพาน ที่ดับทั้งกิเลสและเบญจขันธ์ เช่น พระอรหันต์ที่สิ้นชีวิตแล้ว สอุปาทิเสสนิพ
การดำเนินชีวิตด้วยสัมมาทิฏฐิ
198
การดำเนินชีวิตด้วยสัมมาทิฏฐิ
2. สัมมาสังกัปปะ หมายถึง ความดำริชอบ อันประกอบด้วยลักษณะ 3 ประการ คือ 2.1 ดำริที่จะปลีกตัวออกจากอารมณ์ยั่วยวนต่าง ๆ (เนกขัมมสังกัปปะ) 2.2 ดำริในการไม่พยาบาท (อัพยาปาทสังกัปปะ) 2.3 ดำริในความไม่เบียดเบ
บทเรียนนี้สอนให้เข้าใจถึงการดำริชอบใน 3 ลักษณะคือ การปลีกตัวจากอารมณ์ยั่วยวน การไม่พยาบาท และการไม่เบียดเบียน รวมถึงการพูดที่ถูกต้องและการกระทำที่ชอบ โดยเจาะลึกในหลักการทำงานและการสร้างสัมมาชีพและความ
สมาธิและอริยมรรคในการปฏิบัติธรรม
200
สมาธิและอริยมรรคในการปฏิบัติธรรม
แต่สมาธิที่หมายถึงในมรรคมีองค์ 8 นั้นคือ อัปปนาสมาธิ หรือสมาธิในฌาน 4 ตามพระบาลีมัคควิภังคสูตร องค์มรรคทั้ง 8 นี้ เมื่อรวมตัวกันเข้าเป็นมัคคสมังคี ก่อให้เกิดสัมมาญาณคือความรู้ชอบ หรือยถาภูตญาณทรรศนะ ค
เนื้อหาของข้อความนี้พูดถึงสมาธิที่ถูกอธิบายในมรรคมีองค์ 8 โดยเฉพาะอัปปนาสมาธิหรือสมาธิในฌาน 4 ตามพระบาลีมัคควิภังคสูตร ซึ่งเมื่อรวมกันจะนำไปสู่สัมมาญาณและยถาภูตญาณทรรศนะ ความรู้นี้แบ่งเป็น 9 ประการที่
พระธรรมจักรและอริยสัจ 4
202
พระธรรมจักรและอริยสัจ 4
พระธรรมจักรแบ่งออกเป็น 2 ประการ คือ 1. ปฏิเวธญาณธรรมจักร 2. เทศนาญาณธรรมจักร 1. ปฏิเวธญาณธรรมจักร ได้แก่ พระญาณอันตรัสรู้อริยสัจ 4 มีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 ประหารข้าศึก คือ กิเลสเสียได้ เป็นสมุจเฉทปหาน
พระธรรมจักรแบ่งออกเป็น 2 ประการ ได้แก่ ปฏิเวธญาณธรรมจักร ซึ่งเกี่ยวกับการตรัสรู้พระอริยสัจ 4 และเทศนาญาณธรรมจักร ที่มีการอบรมผ่านการเทศนาอริยสัจ ผลของการปฏิบัติและการยุติกิเลส ส่งผลให้เกิดการเข้าถึงอร
หน้า18
204
194 DOU สมาธิ 8 วิ ปั ส ส น า กัมมัฏฐาน
ปฏิจจสมุปบาท
206
ปฏิจจสมุปบาท
เนื้อหาบทที่ 10 ปฏิจจสมุปบาท 10.1 คำแปลและความหมาย 10.2 ความสำคัญของปฏิจจสมุปบาท 10.3 องค์แห่งปฏิจจสมุปบาท 10.4 ความสัมพันธ์ของปฏิจจสมุปบาท 10.4.1 ประเภทความสำคัญ 10.4.2 ความเป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน
บทที่ 10 กล่าวถึงปฏิจจสมุปบาท แสดงความหมาย ความสำคัญ และการแสดงออกของปฏิจจสมุปบาทที่พระพุทธเจ้าทรงสอน รวมถึงความสัมพันธ์และกระบวนการดับวงจรที่เกี่ยวข้องกับปฏิจจสมุปบาท โดยจำแนกเป็นประเภทและองค์ประกอบท
ปฏิจจสมุปบาทในพระพุทธศาสนา
208
ปฏิจจสมุปบาทในพระพุทธศาสนา
บทที่ 10 ปฏิจจสมุปบาท นักศึกษาได้ศึกษาวิปัสสนาภูมิมา 5 อย่างแล้ว ในบทเรียนนี้นักศึกษาจะได้เรียนรู้ วิปัสสนาภูมิประการสุดท้าย ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับวิปัสสนาภูมิประการอื่น ๆ อยู่ด้วย และเป็นหลั
บทที่ 10 นี้สำรวจหลักธรรมปฏิจจสมุปบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิปัสสนาภูมิ โดยอธิบายเกี่ยวกับการเกิดขึ้นร่วมกันของธรรมชาติทั้ง 12 ประการที่สัมพันธ์กัน โดยเน้นถึงการที่อวิชชาเป็นปัจจัยเริ่มต้นของกระบวนการด